มกราาาาาาาา แกมีกี่วันแน่!!

ทำไม “มกราคม” ถึงดูยาวนานกว่าทุกเดือน

เคยรู้สึกไหมว่า มกราคมเป็นเดือนที่เดินช้ากว่าใคร ทั้งที่บนปฏิทินก็มีอีก 6 เดือนที่มี 31 วันเหมือนกัน แต่กลับรู้สึกว่าเวลาในเดือนอื่นผ่านไปไวกว่ามกราคมเสมอ

แทบทุกต้นปี เรามักเห็นประโยคเดิม ๆ โผล่ขึ้นมาบนหน้าฟีด “มกรายังไม่หมดอีกเหรอ”

ความรู้สึกนี้ไม่ใช่เรื่องที่เราต่างคิดไปเอง และก็ไม่ใช่แค่มุกตลกประจำต้นปีเท่านั้น มีนักจิตวิทยาอธิบายว่า มีเหตุผลทางอารมณ์และการรับรู้ของสมอง ทำให้เดือนนี้ “ยาวนาน” เป็นพิเศษ

จากเดือนที่เร็วที่สุด…สู่เดือนที่ดูช้าที่สุด

ธันวาคมคือเดือนที่อัดแน่นไปด้วยทุกอย่าง ทริปท่องเที่ยว นัดสังสรรค์ แสงสี งานเลี้ยง และความคึกคักของเทศกาล แม้จะเหนื่อยเหมือนเดือนอื่น ๆ แต่สมองของเราถูกกระตุ้นตลอดเวลา

เดือนที่เต็มไปด้วยกิจกรรมสนุก ๆ มักทำให้เรารู้สึกว่าเวลาผ่านไปเร็ว เพราะสมองมีสิ่งใหม่ให้รับรู้ มีจุดยึดให้จดจำอยู่เสมอ

แต่ทันทีที่ข้ามเส้นปีใหม่มา ทุกอย่างเหมือนถูกปิดสวิตช์พร้อมกัน

งานเลี้ยงจบ

วันหยุดหมด

แรงส่งจากความสนุก และการได้พักในช่วงเทศกาล หายไป

สิ่งที่หลายคนเผชิญในเดือนมกราคม ไม่ใช่แค่การ “กลับมาทำงาน” แต่คือภาวะ emotional comedown หรือ “อารมณ์ดิ่งหลังช่วงพีค” คล้ายอาการแฮงค์ทางใจ หลังผ่านช่วงเวลาที่ใช้พลังไปมหาศาล

ในทางจิตวิทยา การรับรู้เวลาของคนไม่ได้เป็นไปตามเข็มนาฬิกา แต่มันเปลี่ยนไปมาตลอดเวลา ขึ้นอยู่กับสภาวะทางอารมณ์ของคน ในช่วงเวลานั้น ๆ

เมื่อเราเบื่อ เครียด วิตกกังวล หรือรู้สึกอึดอัด สมองจะจดจ่อกับความรู้สึกเหล่านั้นมากขึ้น และทำให้เวลาถูก “ขยาย” ให้ยาวนานขึ้นในความรู้สึก

นักวิจัยพบว่า ยิ่งเรารู้สึกไม่สบายใจ หรือกำลังรออะไรบางอย่างโดยไม่แน่ใจว่าจะสิ้นสุดเมื่อไร เวลาก็ยิ่งดูเหมือนเดินช้าลง

และมกราคมคือเดือนที่เต็มไปด้วยการ “นับวัน”

นับวันให้กลับเข้าที่

นับวันให้เริ่มดูแลตัวเองจริงจัง

นับวันให้ชีวิตเข้ารูทีนอีกครั้ง

ยิ่งเราจับตามองเวลา เวลาก็ยิ่งไม่ยอมผ่านไปง่าย ๆ

ทำไมมกราคมถึงเป็นตัวโดนทุกปี?

หากมองภาพรวม จะเห็นว่าเดือนมกราคมไม่ได้หนักหน่วงเพราะปัจจัยใดปัจจัยหนึ่ง แต่เพราะหลายแรงกดทับเกิดขึ้นพร้อมกันในช่วงเวลาเดียว

หลังเทศกาล ความตื่นเต้นลดลง การได้พักผ่อนในวันหยุดยาวในช่วงปลายปีก่อน เริ่มสงบลง

ค่าใช้จ่ายปลายปี ทำให้หลายคนเริ่มรู้สึกตึงมือ ต้องรัดเข็มขัดมากขึ้น

การกลับเข้าสู่วงจรชีวิตประจำวันก็กลับมาอีกครั้ง

และทั้งหมดนี้ยังมาพร้อมกับ “ความกดดัน” ว่า “ปีใหม่ควรต้องดีกว่าเดิม”

สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นในเดือนที่ ไม่มีวันหยุดยาว ไม่มีอีเวนต์ใหญ่ และแทบไม่มีอะไรให้ตั้งตารอในระยะสั้น

เมื่อวันแต่ละวันดูคล้ายกันไปหมด สมองจะมีจุดยึดของความทรงจำน้อยลง และเมื่อมองย้อนกลับไป ช่วงเวลานั้นจึงถูกตีความว่า “ยาว” และเชื่องช้ากว่าความเป็นจริง

สำหรับหลายคน ความยาวของเดือนนี้ไม่ได้เป็นแค่เรื่องอารมณ์ชั่วคราว แต่มาพร้อมกับความรู้สึกอื่น ๆ เช่น พลังกายพลังใจลดลง สมาธิหดหาย ความกดดันต่อตัวเองเพิ่มขึ้น หรือความรู้สึกที่ว่าชีวิตยัง “ไม่ไปไหนสักที”

สิ่งสำคัญคือ ความรู้สึกเหล่านี้ไม่ได้แปลว่ามีอะไรผิดปกติกับคุณ

บ่อยครั้ง มันเป็นเพียงการตอบสนองของร่างกายและใจต่อความอ่อนล้า รวมถึงความคาดหวังที่เราวางไว้กับตัวเองตั้งแต่วันแรกของปี

มกราคมอาจไม่ใช่เดือนที่ต้องเร่งรีบ แต่เป็นเดือนที่บอกเราว่า มีอะไรในชีวิตที่ต้องการการดูแลมากขึ้น

ถ้ามันดูยาวเป็นพิเศษ อาจไม่ใช่เพราะคุณช้า แต่อาจเป็นเพราะคุณกำลังปรับจังหวะ ก่อนจะก้าวต่อไปในแบบที่มั่นคงกว่าเดิม

บางทีการเติมสิ่งเล็ก ๆ ที่ทำให้รู้สึกดีในแต่ละวัน ไม่ว่าจะเป็นกิจกรรมง่าย ๆ หรือช่วงเวลาสั้น ๆ ที่ได้พักใจ ก็อาจช่วยให้จังหวะของวันค่อย ๆ ไหลลื่นขึ้นอีกครั้ง

ที่มา:

https://www.yahoo.com/…/january-always-feels-drags…

https://www.newstatesman.com/…/scientific-reason-why…

https://www.huffingtonpost.co.uk/…/why-january-seems-to…

https://medium.com/…/www…/long-january

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *