ไม่เช็กโทรศัพท์ทันทีหลังตื่น พฤติกรรมเล็ก ๆ ที่เปลี่ยนอารมณ์และทิศทางของทั้งวัน

หลายคนเริ่มวันใหม่ด้วยเสียงนาฬิกาปลุกจากโทรศัพท์ และตามมาด้วยการไถหน้าจอ เช็กข้อความ ข่าว โซเชียลมีเดีย แบบอัตโนมัติก่อนจะลุกจากเตียง แต่พฤติกรรมเล็ก ๆ ที่ดูเหมือนไม่มีพิษภัยนี้ กลับเป็นจุดเริ่มต้นของความเครียด ความฟุ้งซ่าน และวันที่ “ไม่ค่อยได้อย่างใจ” มากกว่าที่คิด

สมองยังไม่พร้อม แต่ข้อมูลถาโถมเข้ามาแล้ว

หลังตื่นนอน สมองของเรายังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านจากการพักผ่อน โดยทำงานอยู่ในคลื่นสมองแบบ theta และ alpha ซึ่งเป็นช่วงที่เหมาะกับความสงบ การคิดเชิงลึก และความคิดสร้างสรรค์ แต่การหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาทันที โดยเฉพาะการเจอข้อมูล ข่าว งาน หรือข้อความที่กระตุ้นอารมณ์ จะดึงให้สมองเข้าสู่โหมดตื่นตัวเร็วจนเกินไป

ผลคือ สมองพร้อมรับ “เรื่องเครียด” ก่อนจะพร้อมรับ “ชีวิตของตัวเอง”
หลายแหล่งชี้ตรงกันว่า การเริ่มวันแบบนี้เพิ่มโอกาสของความเครียด ความวิตกกังวล และทำให้สมาธิของวันนั้นลดลงอย่างเห็นได้ชัด

ช่วงเช้า…คือช่วงเวลาทองของความคิดลึกซึ้ง

นักจิตวิทยาหลายคนเห็นตรงกันว่า ช่วงเช้าเป็นเวลาที่ดีที่สุดสำหรับการคิดเชิงลึก (deep thinking) และความคิดสร้างสรรค์ เพราะเป็นช่วงที่โลกยังไม่รบกวนเรามากนัก

แต่ทันทีที่เราเปิดอีเมลหรือโซเชียลมีเดีย สมองจะถูกดึงเข้าสู่กระแสของ “เรื่องคนอื่น” ข้อมูลจำนวนมากไหลเข้ามาพร้อมกัน เปรียบเหมือนความพยายามในการดื่มน้ำจากสายดับเพลิง ที่สุดท้ายก็ไม่ได้ซึมซับอะไรจริง ๆ แถมยังเหนื่อยเร็วกว่าเดิมอีกด้วย

การกระโดดจากเรื่องหนึ่งไปอีกเรื่องหนึ่งตั้งแต่เช้า ยังตั้งโทนให้สมองคุ้นเคยกับความฟุ้งซ่าน และมีแนวโน้มจะถูกรบกวนง่ายตลอดทั้งวัน

โทรศัพท์ไม่ได้แค่ดึงเวลา แต่ดึงพลังงานชีวิตในแต่ละวันไปอีกด้วย

การใช้โทรศัพท์ตั้งแต่เช้ายังส่งผลต่อความเหนื่อยล้าทางสมอง ผู้เชี่ยวชาญหลายคนชี้ว่า การรับข้อมูลต่อเนื่องตั้งแต่ยังไม่เริ่มวัน ทำให้เรารู้สึก “หมดแรง” เร็วกว่าการเริ่มต้นวันด้วยกิจกรรมเงียบ ๆ เช่น การเขียนบันทึกด้วยลายมือ อ่านหนังสือ หรืออยู่กับความคิดของตัวเองสักพัก

ยิ่งไปกว่านั้น พฤติกรรมการใช้โทรศัพท์ก่อนนอนและวางไว้ใกล้ตัว ยังส่งผลต่อคุณภาพการนอนอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นเสียงแจ้งเตือน แสงจากหน้าจอ หรือแม้แต่การรู้ว่ามือถืออยู่ใกล้ ๆ ก็สามารถทำให้เรานอนหลับไม่ลึก และโดยเฉลี่ยอาจทำให้เวลานอนหายไปเกือบหนึ่งชั่วโมงต่อคืน ซึ่งส่งผลต่ออารมณ์และพลังงานของเช้าวันถัดไปโดยตรง

เริ่มวันด้วย “สติ” แทน “การตอบสนอง”

นักจิตวิทยาเสนอแนวคิดเรื่อง Intentional Behavior การใช้ชีวิตอย่างตั้งใจ แทนการปล่อยให้สิ่งเร้าภายนอกกำหนดทิศทางวันของเรา

การไม่เช็กโทรศัพท์ทันทีหลังตื่น ช่วยเปิดพื้นที่เล็ก ๆ ให้เราได้ถามตัวเองก่อนว่า
“วันนี้เราอยากโฟกัสอะไร?”
แทนที่จะเริ่มวันด้วยคำถามว่า
“ใครต้องการอะไรจากเราบ้าง?”

แล้วควรทำอะไรแทนการหยิบโทรศัพท์?

หลายแหล่งแนะนำกิจกรรมง่าย ๆ ที่ช่วยให้เริ่มต้นวันตั้งแต่เช้าได้ดีขึ้น เช่น

  • หายใจลึก ๆ หรือทำสมาธิสั้น ๆ
  • ยืดเส้นยืดสาย เดินเล่น หรือออกกำลังกายเบา ๆ
  • จดเป้าหมายหรือความตั้งใจของวัน
  • เปิดหน้าต่าง รับแสงและอากาศ
  • ดื่มน้ำหรือกาแฟ พร้อมใช้เวลากับความเงียบสักครู่

เคล็ดลับเล็ก ๆ ที่ช่วยได้จริง ได้แก่ การตั้งโหมด Do Not Disturb ก่อนนอน วางโทรศัพท์ให้ไกลจากเตียง หรือใช้ “นาฬิกาปลุกจริง” เพื่อไม่ต้องหยิบมือถือทันทีที่ลืมตา

เช้าที่ไม่เริ่มจากหน้าจอ อาจเปลี่ยนทั้งวันให้มีชีวิตชีวามากขึ้น

การไม่เช็กโทรศัพท์ทันทีหลังตื่น ไม่ได้หมายถึงการตัดขาดเทคโนโลยี แต่คือการ “เลื่อนเวลา” ให้สมองและใจได้ตั้งหลักก่อน เมื่อเราเริ่มวันด้วยความสงบ ความตั้งใจ และพื้นที่ให้ตัวเองได้ใช้ความคิด วันทั้งวันก็มักจะเคลื่อนไปในทิศทางที่ชัดเจนขึ้น เครียดน้อยลง และมีคุณภาพมากขึ้น

บางที การเปลี่ยนชีวิตอาจไม่ได้เริ่มจากการทำอะไรเพิ่ม
แต่อาจเริ่มจากการ “ไม่หยิบโทรศัพท์” แค่ชั่วโมงแรกของวันก็พอแล้ว

ที่มา: 

https://www.forbes.com/councils/forbescoachescouncil/2021/04/02/why-you-should-stop-checking-your-phone-in-the-morning-and-what-to-do-instead

https://medium.com/the-mission/why-you-shouldnt-turn-on-your-devices-first-thing-in-the-morning-640f4d76e26e

https://oncocareclinic.ru/phone-nearby-while-sleeping

https://medium.com/personal-growth-lab/3-reasons-why-you-shouldnt-check-your-smartphone-within-1-hour-of-waking-up-6ccb1264ec74

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *