2 เรื่องราว 2 วิธีเล่า ภายใต้โจทย์เดียวกัน
การทำงานร่วมกับ UNDP ครั้งนี้ประกอบด้วย Long-form Video 2 ชิ้นที่พูดถึงประเด็นแตกต่างกัน และนั่นหมายความว่าวิธีเล่าของทั้งสองชิ้นก็ต้องต่างกันไปด้วย
ชิ้นแรกพาไปทำความรู้จักกับประเด็น Technology-facilitated Gender-based Violence (TFGBV) ผ่านการเก็บเรื่องราวจากงานสัมมนาตลอด 2 วัน เพื่อถ่ายทอดทั้งประเด็นสำคัญ มุมมอง และสิ่งที่ UNDP ต้องการผลักดันให้เกิดการรับรู้ในวงกว้าง
ส่วนอีกชิ้นเป็นเรื่องราวของรางวัลจากโครงการ UNDP Gender Equality Seal for Public Institutions ที่กรุงเทพมหานครได้รับ โดยโจทย์ครั้งนี้ขยับจาก Event มาสู่การเล่าแบบ Documentary พาไปดูเบื้องหลังแนวคิด วิธีการทำงาน และคนในองค์กรที่มีส่วนทำให้เรื่อง Gender Equality ถูกนำไปใช้จริง จนนำมาสู่การได้รับการรับรองดังกล่าว
แม้จะเป็นงานจากลูกค้าคนเดียวกัน แต่สำหรับเรา เรื่องที่แตกต่างกัน วิธีเล่าก็แตกต่างกัน
ให้ “คนที่อยู่ในเรื่อง” เป็นคนเล่า
เมื่อเนื้อหาที่เรากำลังพูดถึงเป็นประเด็นทางสังคม การเล่าเพียงข้อมูลว่า เกิดอะไรขึ้น อาจยังไม่พอ เราจึงเลือกให้ “คน” เป็นหัวใจสำคัญของการเล่าเรื่องทั้งสองชิ้น
สำหรับงาน TFGBV เราหยิบเสียงของ Speaker ที่มาร่วมงานมาเป็นตัวดำเนินเรื่อง เพราะแต่ละคนมีทั้งความเชี่ยวชาญ ประสบการณ์ และมุมมองต่อประเด็นที่แตกต่างกัน เมื่อนำเสียงเหล่านั้นมาร้อยเรียงเข้าด้วยกัน เนื้อหาจึงไม่ได้เป็นเพียงการ Recap ว่าในงานสัมมนามีอะไรเกิดขึ้น แต่ช่วยให้คนดูค่อย ๆ เข้าใจว่า ทำไมเรื่องนี้ถึงสำคัญต่อสังคม
ขณะที่งาน Gender Equality Seal เราเปลี่ยนวิธีเล่ามาเป็น Documentary Storytelling ลงพื้นที่ไปพูดคุยกับเจ้าหน้าที่และผู้บริหารของกรุงเทพมหานคร เพื่อค้นหาคำตอบจากคนทำงานจริงว่า แนวคิดเรื่องความเท่าเทียมถูกนำเข้ามาอยู่ในวิธีบริหารและการทำงานขององค์กรอย่างไร
แทนที่จะเริ่มต้นจากคำว่า เราได้รับรางวัลอะไร เราจึงเลือกเริ่มจากคำถามว่า “เราทำอะไรและคิดอย่างไร จึงเดินทางมาถึงจุดนี้”
เมื่อเบื้องหลังไม่ได้มีแค่กล้อง
หนึ่งในความท้าทายที่น่าสนใจของการทำงานกับ UNDP คือ การทำงานร่วมกับ International Team ที่สมาชิกส่วนใหญ่เป็นชาวต่างชาติ
ตั้งแต่การรับ Brief การพูดคุยรายละเอียด ไปจนถึงการ Feedback งาน ภาษาอังกฤษจึงกลายเป็นภาษาหลักในการประสานงาน ขณะเดียวกัน วิธีการสื่อสารและ Working Culture ก็มีรายละเอียดบางอย่างที่แตกต่างจากการทำงานกับลูกค้าชาวไทย ทีมจึงต้องปรับวิธีการทำงานให้ทุกฝ่ายเข้าใจตรงกัน โดยไม่ให้รายละเอียดของงานตกหล่นระหว่างทาง
ส่วนการถ่ายทำ Documentary กับกรุงเทพมหานคร ความท้าทายมาในอีกรูปแบบหนึ่ง นั่นคือ เวลา
เพราะการถ่ายทำเกิดขึ้นในวันและเวลาราชการ ขณะที่ผู้บริหารและเจ้าหน้าที่แต่ละคนมีตารางงานค่อนข้างจำกัด ทีมจึงต้องวางแผน Shot และเตรียมภาพที่ต้องการไว้ล่วงหน้า เพื่อให้เมื่อถึงเวลาจริงสามารถ Setup ถ่ายทำ และสัมภาษณ์ได้อย่างรวดเร็ว โดยยังเก็บเนื้อหาและภาพที่จำเป็นสำหรับการเล่าเรื่องได้ครบ
เป็นงานที่ทำให้เราได้ใช้ทั้ง Communication และ Production Management ไปพร้อม ๆ กันเลยทีเดียว
จากข้อมูลและเหตุการณ์ สู่เรื่องราวที่คนดูเข้าใจได้
ท้ายที่สุด Long-form Video ทั้ง 2 ชิ้นออกมาในรูปแบบที่แตกต่างกันตาม Character ของเรื่อง
ชิ้นหนึ่งใช้เสียงจาก Speaker หลายคนมาช่วยกันต่อภาพของประเด็น Technology-facilitated Gender-based Violence ให้ชัดขึ้น ขณะที่อีกชิ้นพาคนดูเข้าไปเห็นเรื่อง Gender Equality ผ่านคน วิธีคิด และการทำงานจริงภายในองค์กร
สำหรับเรา สิ่งสำคัญของโปรเจกต์นี้จึงไม่ใช่แค่การทำให้ข้อมูลครบ หรือทำให้วิดีโอดูน่าสนใจ แต่คือการเลือก “วิธีเล่าที่เหมาะกับเรื่อง” เพราะบางครั้งเรื่องที่จริงจังและมีรายละเอียดเยอะ ก็ไม่จำเป็นต้องถูกเล่าให้อยู่ในรูปแบบที่เข้าใจยากเสมอไป



